[รีวิว] สรุปหนังสือ “กล้าที่จะถูกเกลียด” [เล่มที่ 227 ของปี 2023]

กล้าที่จะถูกเกลียด - PR 2023 12 28 173500 - ภาพที่ 1

เดินทางมาถึงหนังสือเล่มที่ 227 ของปี 2023 ที่อ่านจบแล้ว สปอยก่อนเลยว่า ปีนี้ผมอ่านหนังสือไป 230 เล่มพอดี โดยเล่มที่จะสรุปให้ฟังในบทความนี้คือ หนังสือ “กล้าที่จะถูกเกลียด” ผู้เขียน Ichiro Kishimi (อิชิโร คิชิมิ), Fumitake Koga (ฟุมิทะเกะ โคะกะ) ผู้แปล โยซุเกะ, นิพดา เขียวอุไร หนังสือดังจากสำนักพิมพ์ WeLearn

เกริ่นนำ

หนังสือ “กล้าที่จะถูกเกลียด” เล่มนี้ เขียนขึ้นจากคำสอนที่ถูกเก็บงำไว้มากว่า 100 ปี ของ “อัลเฟรด แอดเลอร์” นักจิตวิทยาผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งการพัฒนาตนเอง” และกลายเป็นคัมภีร์ที่ชาวญี่ปุ่นหลายล้านคนนำไปใช้ เพื่อสร้างชีวิตที่ดีในแบบที่ต้องการ คุณเองก็ทำแบบนั้นได้เช่นกัน…สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ “กล้าที่จะถูกเกลียด” ถ้าคุณพร้อมที่จะถูกเกลียดแล้วเปิดอ่านหน้าถัดไปได้เลย!

คนส่วนใหญ่คิดว่า ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญคือ เราต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนอื่น แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะยิ่งคุณพยายามทำดีกับคนอื่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายความว่าคุณต้อง “ทิ้ง” ชีวิตของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น แล้วคุณจะมีชีวิตดีขึ้นอย่างที่ต้องการได้จริงหรือ?

สรุปหนังสือ “กล้าที่จะถูกเกลียด”

  • ประสบการณ์ในอดีตไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของเราต่อจากนั้นจะเป็นอย่างไร
  • เราต่างหากที่เป็นคนกำหนดเอง โดยขึ้นอยู่กับว่าเราจะให้ความหมายแก่ประสบการณ์ในอดีตอย่างไร
  • ความโกรธเป็นแค่เครื่องมือที่เราใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • เราไม่ได้ถูกบงการโดยอารมณ์ความรู้สึก เช่นเดียวกับที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยอดีต
  • ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า “สิ่งใดเกิดขึ้น” แต่อยู่ที่ว่าเรา “ให้ความหมายกับสิ่งนั้นอย่างไร”
  • ถ้าเชื่อในแนวคิดที่ว่าอดีตคือตัวกำหนดทุกสิ่ง เราจะถูกอดีตพันธนาการเอาไว้จนไม่อาจมีความสุขในวันข้างหน้าได้เลย
  • ไม่สำคัญว่าคุณได้หรือไม่ได้อะไรมาบ้าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร
  • ตราบใดที่ชีวิตผูกติดกับคำว่า “ถ้า” คุณก็จะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย
  • ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอดีต คนที่กำหนดชีวิตของคุณคือคุณที่มีชีวิตอยู่ “วินาที” นี้ต่างหาก
  • ความรู้สึกเหงาไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคุณอยู่เพียงลำพัง ความเหงาคือการที่คุณรู้สึกแปลกแยกจากคนอื่นๆ ที่รายล้อมอยู่รอบตัวคุณต่างหาก
  • มนุษย์เราจะรู้สึกว่าตัวเองอยู่ “ตัวคนเดียว” ก็ต่อเมื่ออยู่ในสังคมที่มีคนอื่นอยู่ด้วยเท่านั้น
  • ความรู้สึกต่ำต้อยที่ทรมานเราอยู่ไม่ใช่ “ข้อเท็จจริง” แต่เป็น “สิ่งที่เราใช้ความรู้สึกส่วนตัวปั้นแต่งขึ้นมาเอง”
  • เวลาที่ความรู้สึกต่ำต้อยรุนแรงถึงขีดสุด มนุษย์เราจะโอ้อวดสิ่งหนึ่งที่ไม่น่าจะนำมาโอ้อวดได้เลย นั่นคือ ความทุกข์
  • ไม่ต้องแข่งขันกับใคร แค่มุ่งที่จะก้าวไปข้างหน้าก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครเลย
  • เราไม่ได้เดินไปข้างหน้าเพื่อที่จะแข่งขันกับคนอื่น แต่เพื่อให้ก้าวไปได้ไกลกว่าจุดที่ตัวเองอยู่ในปัจจุบัน
  • ความน่ากลัวของการแข่งขันอยู่ตรงที่ ต่อให้คุณไม่ใช่ผู้แพ้ ต่อให้คุณเอาชนะมาได้ตลอด แต่ตราบใดที่ยังแข่งขันกับคนอื่นคุณก็ไม่มีวันรู้สึกอุ่นใจได้เลย
  • ถ้ารู้สึกอย่างแท้จริงว่า “เราทุกคนเป็นมิตรกันได้” วิธีมองโลกของคุณก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
  • ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทุกอย่างรอบตัวคุณก็จะเปลี่ยนตาม
  • หากต้องการจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างรักใคร่กลมเกลียว ก็ต้องปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
  • จงปฏิเสธความปรารถนาที่จะได้รับการยอมรับจากคนอื่น
  • มนุษย์เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามความคาดหวังของคนอื่น
  • ถ้าเราไม่ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง แล้วใครจะมาใช้ชีวิตเพื่อตัวเรา
  • เกือบทุกปัญหาที่เกิดจากความสัมพันธ์มักมีสาเหตุมาจากการที่เราเข้าไปก้าวก่ายธุระคนอื่น หรือไม่ก็คนอื่นเข้ามาก้าวก่ายธุระของเรา
  • เราจำเป็นต้องแยกแยะว่าเรื่องแต่ละเรื่องเป็นธุระของใคร โดยตั้งคำถามทุกครั้งว่า “นี่เป็นธุระของใคร”
  • จงทิ้งธุระที่ไม่ใช่ของตัวเอง
  • สิ่งที่เราทำได้มีแค่เลือกเส้นทางที่ตัวเองเชื่อว่าดีที่สุด ส่วนคนอื่นจะตัดสินการเลือกของเราอย่างไรนั้นเป็นธุระของเขา เราไม่สามารถไปห้ามหรือแก้ไขอะไรได้
  • เมื่อขีดเส้นแบ่งแล้วก็ต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายธุระของคนอื่น และอย่ายอมให้คนอื่นเข้ามาก้าวก่ายธุระของตัวเอง
  • ชีวิตที่ต้องคอยทำตามความคาดหวังของคนโน้นคนนี้อยู่ตลอดเวลาคือที่สุดของชีวิตที่ไร้อิสรภาพ
  • กล้าที่จะถูกเกลียดไม่ใช่การเอาแต่ใจหรือดื้อรั้นหัวชนฝา แต่เป็นการแยกแยะธุระของแต่ละคนออกจากกัน แม้จะมีคนไม่ชอบเรา แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระของเราเลย
  • อย่าเอาแต่มองสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่หันไปสนใจสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้แทน
  • เราต้องไม่ละทิ้งเรื่องอื่นๆ ที่ควรใส่ใจในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานบ้าน การเลี้ยงดูลูก การเข้าสังคม หรือการทำงานอดิเรก
  • เราควรช่วยเหลือคนอื่นเมื่อมีโอกาส แม้จะเป็นการช่วยเหลือแบบปิดทองหลังพระโดยไม่มีใครมองเห็นก็ตาม
  • ถ้าเราช่วยเหลือคนอื่นจากใจจริง จะได้รับการยอมรับหรือไม่ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป
  • เมื่อคุณ “กล้าที่จะเป็นคนธรรมดา” แล้ว ทัศนคติที่คุณมีต่อโลกก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
  • สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตเราก็คือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ใน “วินาทีนี้”
  • การโกหกตัวเองที่เลวร้ายที่สุดก็คือการเอาแต่มองอดีตและอนาคตโดยไม่สนใจชีวิตใน “วินาทีนี้”
  • เมื่อวานและพรุ่งนี้ไม่ได้เป็นตัวกำหนดชีวิตเราแต่เป็น “วินาทีนี้” ต่างหาก
  • “ชีวิตของเราไม่มีความหมาย” แต่ “เราเป็นคนมอบความหมายให้กับชีวิตของตัวเอง”
  • โลกรอบตัวเราไม่ใช่สิ่งที่ใครคนอื่นจะเปลี่ยนแปลงได้ จะมีก็แต่ “ตัวเรา” เท่านั้น

ช่องทางซื้อหนังสือ

ซื้อได้ที่ (affiliate):
– Shopee: https://shope.ee/2fldyJHtib
– Lazada: https://s.lazada.co.th/s.OlHw3?cc