Lazada

สรุป 33 ข้อคิด จากหนังสือ “ขอบคุณนะที่พูดแบบนั้น” [เล่มที่ 80 ของปี 2024]

ขอบคุณนะที่พูดแบบนั้น - krapalm IMG 0000001 182628 - ภาพที่ 1

สรุป 33 ข้อคิด จากหนังสือ “ขอบคุณนะที่พูดแบบนั้น” หนังสือเล่มที่ 80 ของปี 2024 แล้ว ผู้เขียน Kim Yu Jin (คิมยูจิน) ผู้แปล นาริฐา สุขประมาณ สำนักพิมพ์ Springbooks หนังสือที่บอกกับเราว่า เราเรียนรู้บางสิ่งเสมอในขณะที่พูดคุยกัน ไม่ว่าคำพูดนั้นจะปลอบโยน หรือทำให้เจ็บปวดก็ตาม

เกริ่นนำ

หนังสือ “ขอบคุณนะที่พูดแบบนั้น” เป็นหนังสือที่จะช่วยให้เรารู้จัก “คำพูด” ในหลายรูปแบบ หลายสถานการณ์ รวมไปถึงการตีความหมายและการสื่อออกไปถึงผู้รับ ที่จะทำให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้น

สรุป 33 ข้อคิด จากหนังสือ “ขอบคุณนะที่พูดแบบนั้น”

  1. เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยบทสนทนาและคำพูดที่ดีเราก็จะแข็งแกร่งขึ้น
  2. ความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่เราได้รับแม้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีเจตนาทำร้ายเราเลยก็ตาม แต่บางครั้งเราก็อาจไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดที่จงใจทำร้ายด้วยซ้ำ
  3. ไม่มีผู้สร้างความเจ็บปวดแบบแบบนั้นอยู่ในโลก เพราะไม่มีใครคิดว่าตัวเองทำร้ายคนอื่น
  4. ทุกคนมีด้านมืดที่มองไม่เห็น ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากความเจ็บปวด
  5. เราลดความเจ็บปวดลงได้ด้วยการรู้จักตัวเองว่ามีปัญหากับสิ่งใดมากที่สุด
  6. ไม่มีใครที่ฟังบางเรื่องเกี่ยวกับตัวเองแล้วเป็นอิสระจากเรื่องนั้นได้
  7. ในขณะที่เราพูดคุยกัน บางครั้งก็ได้รับการปลอบโยนบางครั้งก็ได้รับความเจ็บปวด
  8. มีทั้งสิ่งที่เราควรพูดและไม่ควรพูด และไม่อาจพูดทุกอย่างที่อยากพูดได้
  9. ทุกคนมีเรื่องที่พูดไม่ได้และเรื่องที่ไม่ควรพูด เพราะคำพูดเหล่านั้นอาจกลายเป็นบาดแผลที่อยู่ในใจ
  10. ยิ่งมีสิ่งที่เราไม่รู้มากกว่าสิ่งที่รู้ เมื่อลองมองผู้คนด้วยสายตาเช่นนั้น ก็ไม่มีอะไรที่เราตัดสินเองได้ตามอำเภอใจ
  11. เราไม่อาจแสดงความโมโหและต่อสู้ทุกครั้งที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรมและอึดอัดใจ
  12. คนที่พูดจนติดเป็นนิสัยว่า “ฉันรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม” มักคิดอยู่เสมอว่ามีแค่ตัวเองเท่านั้นที่เสียหาย
  13. หากคุณพูดคำที่ใหญ่กว่าหัวใจของตัวเอง คุณจะได้รับผลที่ตามมา
  14. ความอิจฉาและความริษยาเป็นอารมณ์ตามธรรมชาติ
  15. ตระหนักว่าคนอื่นๆ ใช้ความพยายามและเวลามากมายเพื่อบรรลุสิ่งเล็กน้อยทรัพย์สินเช่นเดียวกับเรา
  16. เมื่อใดที่เรากำลังตัดทอนความพยายามและความหลงใหลของผู้อื่นเวลาพูดถึงความสุขและความสำเร็จของพวกเขา เมื่อนั้นเราควรพิจารณาต่อตัวเองว่าตอนนี้เรากำลังดิ้นรนกับอะไรอยู่
  17. บาดแผลเป็นความรู้สึกเฉพาะตัวที่อธิบายทั้งหมดไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องถามหาความเข้าใจ เพราะการมีชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดของตัวเองก็มากเกินไปแล้ว
  18. จงทำอย่างขยันขันแข็ง แต่อย่าถูกครอบงำ จงปล่อยวางและพักผ่อน
  19. จงอย่าลืมความจริงที่ว่า หากไม่หยุดพัก คำพูดที่ทำร้ายผู้อื่นรวมถึงตัวเองจะถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  20. ไม่จำเป็นต้องเชื่อในคำพูดก็ได้
  21. เราไม่ต้องเชื่อคำพูดของคนอื่นที่นิยามตัวเราด้วยคำว่า “เธอเป็นอย่างนั้น เธอเป็นอย่างนี้” ไม่ว่าจะสรรเสริญหรือติเตียน
  22. ไม่มีคำใดในโลกที่จะนิยามตัวเราได้ คุณไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่จะนิยามด้วยคำพูดแบบนั้นได้
  23. หากคุณใช้ชีวิตโดยปราศจากคำพูดของตัวเอง คุณจะใช้ชีวิตตามมาตรฐานของคนอื่นมากกว่าตัวคุณเอง
  24. ไม่ต้องเข้าใจมุมมองของคนอื่นก็ได้ เพียงแค่รับรู้ถึงการมีอยู่ของอีกฝ่ายก็พอ
  25. คำชมและคำวิจารณ์เป็นรากเหง้าหนึ่ง คุณไม่ต้องไปหวั่นไหวกับคำชมเพื่อที่คุณจะได้ไม่หวั่นไหวไปกับคำวิจารณ์
  26. ถ้าคุณปฏิบัติต่อตคนอื่นด้วยภาพลักษณ์ที่สังคมกำหนดไว้ เราจะไม่ได้เผชิญกับลักษณะที่แท้จริงของบุคคลนั้น
  27. หากคุณนิยามอีกฝ่ายด้วยมุมมองและความคิดที่สร้างขึ้น คุณจะไม่อาจสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของคนนั้นได้
  28. การแพ้ในการโต้เถียงไม่ได้หมายความว่าใจของคุณแพ้
  29. คนที่วิจารณ์ตัวเรามากที่สุดในชีวิตคือใคร คนที่รังแกตัวเราตลอดเวลาเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นก็คือตัวเราเอง
  30. เราอยู่บนรถไฟแห่งชีวิตหากกลัวที่จะลงหรือไม่เคยลงจากที่นั่น เราก็จะเห็นแต่ทิวทัศน์เดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  31. การช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเป็นการกระทำเพื่อตัวเราเองก่อน เพราะตัวเราคือคนแรกที่แสดงตัวว่าเราทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นเราจะรู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจในการมีอยู่ของตัวเอง
  32. จงกล้าละทิ้งความคาดหวังของผู้อื่นและพูดด้วยคำพูดของตัวเอง
  33. ลดความเป็นตัวเองลงและให้ความสำคัญกับวิธีสื่อสารมากขึ้นแล้วคุณจะมองเห็นคู่สนทนาในที่สุด

ช่องทางซื้อหนังสือ

พิกัดหนังสือ (affiliate):
– Shopee: https://shope.ee/8UleAabsvI
– Lazada: https://s.lazada.co.th/s.nZPIh?cc