[รีวิว] สรุปหนังสือ “จ้างให้ก็ไม่โกรธ” [เล่มที่ 213 ของปี 2023]

จ้างให้ก็ไม่โกรธ - PR 2023 12 14 161940 - ภาพที่ 1

หนังสือเล่มที่ 213 ที่อ่านจบของปี 2023 คือหนังสือ จ้างให้ก็ไม่ให้โกรธ ผู้เขียน Shunsuke Ando (ซุนซุเกะ อันโดะ) ผู้แปล อังคณา รัตนจันทร์ สำนักพิมพ์ INSPIRE ปัจจุบันคือ NANMEEBOOKS หนังสือที่จะพาเราค้นหาตัวตนของคุณผ่าน “แบบวิเคราะห์การจัดการความโกรธ” และโปรแกรม 21 วัน จัดการความโกรธให้อยู่หมัด!

เกริ่นนำ

คุณเคยสงสัยไหมว่า… ทำไมตัวเองถึงโกรธเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย ทำไมคนนั้นถึงได้หงุดหงิดตลอดเวลา ทำไมหัวหน้าถึงพูดจาด้วยความโกรธเกรี้ยว ทำไมเพื่อนฝูงถึงส่งแต่คำนินทาว่าร้ายมาทางไลน์ หนังสือ “จ้างให้ก็ไม่ให้โกรธ” เล่มนี้ เขียนโดย “ชุนซุเกะ อันโดะ (Shunsuke Ando)” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการความโกรธ (Anger Management) และเป็นคนแรกที่นำเทคนิคนี้มาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านค้นพบรูปแบบความโกรธของตัวเอง ผ่านการทำแบบทดสอบง่าย ๆ แล้วเสนอวิธีแก้ไขด้วยการรับมือกับความโกรธในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งจากตัวเองและคนอื่น พร้อมโปรแกรมการจัดการความโกรธให้อยู่หมัดภายใน 21 วัน เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้คุณจะไม่โกรธใครง่าย ๆ อีกต่อไป เพราะความโกรธเป็นเพียงอารมณ์เดียว ที่ทำลายครอบครัว หน้าที่การงาน และมิตรภาพในพริบตา หากคุณ “จัดการความโกรธ” ได้ ชีวิตของคุณก็จะดีขึ้น!

สรุปหนังสือ “จ้างให้ก็ไม่โกรธ”

โลกนี้มีคนอยู่ 2 ประเภทคือ คนที่สนใจเรื่องมารยาทกับคนที่ไม่สนใจ

“ความโกรธ” เป็นความเคยชินทางอารมณ์ถ้ารู้ตัวก็แก้ไขได้

นิสัยทางอารมณ์เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ถ้าสัมผัสกับความโกรธบ่อยๆ เมื่อโตขึ้นก็มักกลายเป็นคนโกรธง่าย

ถ้ารับมือไม่ได้ “ความเคยชินทางอารมณ์” ก็จะเป็นข้อเสียแต่เรื่องนั้นแก้ไขได้

ความโกรธเป็นเพียงอารมณ์เดียวที่ทำลายการดำเนินชีวิตได้

ถ้ามีความรู้เรื่อง “การจัดการความโกรธ” ติดตัวไว้ ก็จะรับมือกับความโกรธได้อย่างเหมาะสม

การรู้จักความโกรธเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความโกรธเป็นสิ่งที่ทำลายการดำเนินชีวิตของเราได้ในชั่วพริบตา

ความโกรธไม่ใช่ปัญหา แต่ควรโกรธในเรื่องที่คนโกรธ และไม่โกรธในเรื่องที่ไม่สมควรโกรธ

โกรธในเรื่องที่สมควรโกรธ หมายถึงมีความรับผิดชอบต่อความโกรธของตัวเอง ไม่ใช่โกรธเพราะไม่พอใจ

ถ้าจัดการความโกรธได้ เราก็จะไม่ทำให้ใครเจ็บปวด ไม่ทำร้ายตัวเอง และไม่ทำลายข้าวของ

ความโกรธเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ขึ้นอยู่กับ “การตีความ” สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าว่าอย่างไร

ความโกรธจะเกิดขึ้นได้ต้องผ่านบันได 3 ขั้น 1. เกิดเหตุการณ์ 2. การตีความ 3. เกิดอารมณ์

สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เราโกรธก็คือคำว่าควร ซึ่งมาจาก “ควรทำ” และ “ไม่ควรทำ”

คำว่า” ควร” ของแต่ละคนอาจไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นเห็นด้วย

คำว่า “ควร” ของแต่ละคนมีระดับความสำคัญแตกต่างกัน

คำว่า “ควร” ของแต่ละคนจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและสภาพ

ไม่ว่าจะโกรธอะไรก็ตาม เรามักมีสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้เสมอ

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมี 3 ด้านคือ มุมของเรา มุมของคนอื่น และข้อเท็จจริง

ถ้ารู้สึกหงุดหงิดว่า “ไม่มีใครทำตามที่เราคิดเลย” คุณควรแยกแยะว่านั่นเป็น “สิทธิ” “หน้าที่” หรือ “ความต้องการ”

หากแยกแยะ “อคติ” กับ “ข้อเท็จจริง” ออกจากกันได้เราก็จะเผชิญหน้ากับเรื่องราวต่างๆอย่างเป็นกลางได้

การ “สวมบทบาทของคนอื่น” จะทำให้เข้าใจความรู้สึกคนอื่นมากขึ้น และแสดงท่าทีที่เหมาะสมกับคนรอบข้างได้

บำบัดความโกรธของตัวเองด้วยการบันทึกอุณหภูมิของความโกรธ เมื่อฝึกฝนซ้ำๆ จะเข้าใจว่าจริงๆ แล้วความรุนแรงของความโกรธคุณอยู่ในระดับใด และไม่จำเป็นต้องแสดงความโกรธมากกว่าความเป็นจริง

บำบัดความโกรธของตัวเองด้วยการเพิ่มคลังคำศัพท์เกี่ยวกับความโกรธ ยิ่งมีคลังคำศัพท์เกี่ยวกับความโกรธมากเท่าไหร่ เรายิ่งมีระดับความโกรธมากเท่านั้น

บำบัดความโกรธของตัวเองด้วยการ 1. ลองทำสิ่งต่างๆด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด 2. เดินไป ทำสมาธิไป 3. เตรียมวิธีผ่อนคลายไว้หลายๆ อย่าง

คนที่มักระบายความโกรธกับคนอื่นหรือสิ่งของต่างๆ ควรลองหากิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ตัวเองชอบเพื่อเบ่งเบรคความสนใจและสร้างความผ่อนคลาย

ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองโมโหกับเรื่องอะไร หรือหงุดหงิดกับเรื่องอะไรแล้ว เราก็จะจัดการความโกรธได้

เทคนิค 3 ข้อเมื่อรู้สึกหงุดหงิด 1.รอ 6 วินาที 2. วาด “วงกลม 3 ชั้น” ไว้ในจินตนาการ 3. ค้นหาทางแยก

การจัดการความโกรธไม่ใช่การไม่โกรธ แต่คือการแยกแยะให้ชัดเจน ว่าเมื่อไหร่สมควรโกรธและเมื่อไหร่ไม่สมควรโกรธ

อย่าบอกว่าตัวเองถูกและอีกฝ่ายผิด แต่ให้คิดเสมอว่าคำว่า “ควร” ของใครก็ย่อมถูกต้องในสายตาของคนนั้นเสมอ

ช่องทางซื้อหนังสือ

ซื้อได้ที่ (affiliate):
– Shopee: https://shope.ee/6AL9htVwLg
– Lazada: https://s.lazada.co.th/s.OfQvH?cc