[รีวิว] สรุปข้อคิดจากหนังสือ “เลิกว่อกแว่ก แล้วไปทำสิ่งที่ตั้งใจจริงๆ สักที” [เล่มที่ 160 ของปี 2023]

PR 20231022 190152

หนังสือเล่มที่ 160 ของปี 2023 ที่อ่านจบ ชื่อหนังสือ “เลิกว่อกแว่ก แล้วไปทำสิ่งที่ตั้งใจจริงๆ สักที” จากสำนักพิมพ์ O2 ในเครือของ DOT ต้องขอบคุณทางสำนักพิมพ์มากๆ ที่ส่งเล่มนี้มาให้อ่าน เล่มนี้เขียนโดย ผู้เขียน Nir Eyal, Julie Li ซึ่ง Nir Eyal ผู้เขียน Hooked สร้างของให้คนติด หนังสือติดอันดับขายดี Wall Street Journal หนังสือที่บอกว่าเพราะตัวการ “ความว่อกแว่ก” ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือตัวคุณ!

เกริ่นนำ

หนังสือ “เลิกว่อกแว่ก แล้วไปทำสิ่งที่ตั้งใจจริงๆ สักที” บอกว่าคุณอาจโทษว่าตัวการคือเจ้าเทคโนโลยีจอมวายร้าย ที่หลอกล่อให้คุณติดมันจนเสียสมาธิ แต่ “Nir Eyal” บอกว่าคนร้ายไม่ได้มีเพียงโทรศัพท์มือถือของคุณ แต่เป็นตัวคุณด้วยนี่แหละ! การที่คุณว่อกแว่ก นั่นเป็นเพราะคุณต้องการหนีจากเรื่องที่ทำให้กังวลใจในขณะนั้น หากไม่รู้วิธีจัดการกับความไม่สบายใจ มันก็จะพาเรากลับไปสู่พฤติกรรมเดิม ๆ ที่การลบแอพฯ ในโทรศัพท์มือถือหรือการปลีกวิเวกไม่มีทางช่วยคุณได้ หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยคำแนะนำที่เข้าใจหัวอกคนว่อกแว่ก และนำไปใช้ได้จริง!

เคยไหม อยากทำวิจัยให้เสร็จ แต่กลับไปถูบ้าน ต้องทำงานให้เสร็จ แต่เผลอหยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็กข่าวสาร พอหมดวันกลับพบว่าเราทำทุกอย่างแล้ว ยกเว้นสิ่งที่ต้องทำ!

สรุปข้อคิดจากหนังสือ “เลิกว่อกแว่ก แล้วไปทำสิ่งที่ตั้งใจจริงๆ สักที”

หากเราต้องการใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็น เราไม่เพียงแต่ต้องทำสิ่งที่ควรทำ แต่ต้องหยุดทำสิ่งที่ไม่ควรทำด้วย

ให้เวลากับสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ และต้องไม่ทำสิ่งที่เรารู้ว่าจะเสียใจภายหลังด้วย

เราต้องเรียนรู้วิธีเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เราเสียสมาธิ

การไม่ว่อกแว่ก หมายถึงการได้พยายามเต็มที่เพื่อทำสิ่งที่คุณบอกว่าจะทำให้สำเร็จ

หากเราไม่จัดการกับต้นตอของอาการว่อกแว่ก เราก็จะพบวิธีใหม่ๆ ที่ทำให้เสียสมาธิอยู่เรื่อยๆ

ต้องเข้าใจความทุกข์ของตนให้ดีก่อนจึงจะสามารถควบคุมมันได้ และจัดการกับแรงขับด้านลบได้ดีขึ้น

จงทำความเข้าใจต้นต่อของอาการว่อกแว่ก

อะไรก็ตามที่ทำให้เราหนีจากความทุกข์ได้มีฤทธิ์ทำให้เราเสพติดทั้งนั้น

หากใจที่ว่อกแว่กทำให้เราเสียเวลา การที่เราจัดการเวลาก็เท่ากับจัดการความทุกข์ด้วย

จิตใจที่ไม่ได้รับการฝึกฝนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ตามลำพัง

ความไม่พอใจและความอึดอัดครอบงามสมองของเราในเวลาปกติ แต่เราใช้มันเป็นแรงผลักดัน แทนที่จะปล่อยให้มันเอาชนะเราได้

การรู้สึกทุกข์ใจนั้นไม่ใช่เรื่องแย่ ความทุกข์เป็นสิ่งที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่รอดมาได้

มนุษย์วิวัฒนาการมาได้เพราะความรู้สึกไม่พอใจมากกว่าความพอใจ

ความไม่พอใจเป็นต้นตอของทั้งความก้าวหน้าและความผิดพลาดของเผ่าพันธุ์มนุษย์

ถ้าเราต้องการฝึกจิตไม่ให้ว่อกแว่ก เราต้องเรียนรู้จัดการกับความไม่สบายทางกายใจให้ได้

จิตใจเรานั้นยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ

เราจัดการกับตัวการความฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นจากภายในได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีคิดถึงมัน

สมาร์ทโฟนเป็นต้นตอหลักที่พาจิตใจเราว่อกแว่ก

พฤติกรรมการเช็คดูโทรศัพท์มือถือเกินไป แก้ด้วย “กฎ 10 นาที” อยากใช้ก็ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ต้องรอไปก่อนแค่ 10 นาที

“กฎ 10 นาที” ใช้กับเรื่องอื่นได้ หากเราต้องการว่อกแว่ก ก็ขอให้ทนโต้คลื่นความอยากให้ได้ 10 นาที แล้วจึงปล่อยใจตามสะดวก

เวลาที่เราค่อยๆ พิจารณาความรู้สึกอย่างอ่อนโยน ถ้าเป็นความรู้สึกทางลบ พวกมันจะสลายหายไปเอง แต่ถ้าเป็นความรู้สึกทางบวก พวกมันกลับขยายใหญ่ขึ้น

เราใช้ระบบประสาทเดียวกับที่ทำให้เราจดจ่อกับการเสพสื่อ มาทำให้เราจดจ่อกับงานที่ไม่น่าสนุกเท่าไหร่ได้

การมีเมตตาต่อตัวเองทำให้คนเราต้านทานความผิดหวังได้มากขึ้น

เราควรพิจารณาความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น มากกว่าลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบสนองมัน

การตีตราตัวเองว่าควบคุมตัวเองไม่ได้จะทำให้คุณแพ้ภัยตัวเอง

เราไม่วางแผนการใช้เวลาในแต่ละวันด้วยตัวเองคนอื่นก็จะเข้ามาวางแผนให้เรา

คุณไม่อาจเรียกอะไรสักอย่างว่าเป็นตัวการที่ทำให้คุณว่อกแว่กได้ หากคุณไม่รู้ว่าตัวเองกำลังว่อกแว่กไปจากอะไรกันแน่

จงแบ่งเวลาใช้ชีวิตออกเป็น 3 แง่มุม คือ ตัวคุณเอง ความสัมพันธ์ และการงาน

หากคุณไม่ดูแลตัวเองให้ดี ความสัมพันธ์ต่างๆ ก็จะแย่ไปด้วย เช่นเดียวกันกับงานของคุณ

จัดเวลาให้ตัวเองก่อน หากไม่จัดเวลาให้ตัวเอง เวลาสำหรับความสัมพันธ์และงานก็จะแย่ไปด้วย

เราควรหยุดเครียดกับผลลัพธ์ที่เราควบคุมไม่ได้แล้วหันมาสนใจสิ่งที่ทำได้แทน

สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้คือเวลาที่เราใช้ทำสิ่งต่างๆ

เราควบคุมผลลัพธ์ต่างๆ ไม่ได้เสมอไป แต่เราควบคุมได้ว่าจะใช้เวลาทำสิ่งนั้นๆ มากแค่ไหน

เวลาที่ใช้ไปกับการสื่อสารไม่ควรทำให้เราต้องเสียเวลาที่จะได้ทำงานอย่างตั้งใจ

การนำแรงกระตุ้นภายนอกที่ไม่จำเป็นออกไปให้ไกลสายตา ช่วยเปิดทางให้สมองเราได้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญดีขึ้น

social media ถูกออกแบบมาให้ดึงดูดความสนใจคุณ เต็มไปด้วยตัวกระตุ้นภายนอกที่พาเราว่อกแว่กได้

เทคโนโลยีไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำให้คนเสียสมาธิในที่ทำงาน ปัญหาแท้จริงนั้นอยู่ลึกกว่านั้นมาก

ช่องทางซื้อหนังสือ

ผู้เขียน : Nir Eyal (เนียร์ อียัล),Julie Li (จูลี ลี)
ผู้แปล : บุลวัชร เสรีชัยพร
สำนักพิมพ์ : O2
จำนวนหน้า : 328 หน้า
ราคาปก : 399 บาท

ซื้อได้ที่ (affiliate):
– Shopee: https://shope.ee/6fG426twVn
– Lazada: https://s.lazada.co.th/s.PH1Lw?cc