62 ข้อคิด จากหนังสือ “เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดนะ วันนี้ขอนอนก่อนแล้วกัน” [เล่มที่ 29 ของปี 2024]

เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดนะ - PR 2024 01 29 165918 - ภาพที่ 1

หนังสือ “เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดนะ วันนี้ขอนอนก่อนแล้วกัน” คือหนังสือเล่มที่ 29 ของปี 2024 ที่อ่านจบ เป็นอีกเล่มที่ชอบมาก ผู้เขียน Park Youngjoon (พักยองจุน) ผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์ สำนักพิมพ์ Springbooks หนังสือที่บอกกับเราว่า เวลาที่ต้องหยุดพักมักเกิดขึ้นเมื่อเราใช้ชีวิตมาแล้วอย่างเต็มที่ และเกิดขึ้นเพื่อให้เราใช้ชีวิตอย่างทุ่มเทต่อไปได้

เกริ่นนำ

เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดนะ วันนี้ขอนอนก่อนแล้วกัน” หนังสือที่เล่าผ่านประสบการณ์และตัวตนของนักเขียน โดยสอดแทรกคำแนะนำและข้อคิดต่าง ๆ ให้คนอ่านได้มีจุดร่วมและคิดตาม ถือได้ว่าเป็นหนังสือที่สื่อถึงภาพรวมของเนื้อหาผ่านทางชื่อหนังสือได้เป็นอย่างดี เพราะหลายครั้งที่เราเจอปัญหา เราจะรู้สึกว่าปัญหาเหล่านั้นเบาบางลงหลังจากตื่นนอน เพียงแค่เราให้เวลา ให้ตัวเองได้ถอยออกมาจากสิ่งเหล่านั้นบ้าง ทุกปัญหาอาจเบาบางลงในชั่วข้ามคืน

62 ข้อคิด จากหนังสือ “เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดนะ วันนี้ขอนอนก่อนแล้วกัน”

  1. การที่เราไม่ต้องใส่ใจอะไรมากช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น
  2. การไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ซึ่งไม่มีความทรงจำของเราอยู่เลย ทำให้เราจดจ่อกับตัวเองได้
  3. เปลี่ยนชีวิตประจำวันเดิมๆ ด้วยบรรยากาศแปลกใหม่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
  4. หากรู้สึกเหนื่อยใจและทุกข์เกินไปก็อาจจำเป็นต้องเฝ้ามองชีวิตจากด้านหลังหนึ่งก้าว
  5. เป็นเรื่องปกติที่เราจะรู้สึกกระวนกระวายต่อปัญหา หรือความวิตกกังวลของตัวเอง
  6. การคิดมากจนปวดหัวเป็นพิษร้าย ยิ่งระแวดระวังเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแต่จะกังวลใจในความผิดพลาดง่ายขึ้น
  7. แทนที่เราจะรู้สึกอึดอัดใจต่ออนาคตอันห่างไกล จงสนุกและอย่าพลาดในสิ่งที่จะสนุกได้แค่ในวัยนี้
  8. หวาดวิตกหรือกังวลใจในเรื่องที่ตอนนี้เรายังทำอะไรไม่ได้จนเกินไป
  9. ยิ่งเรารู้สึกกังวลใจเรื่องอนาคตล่วงหน้า ความกังวลใจนั้นก็มีแต่จะอยู่กับเรานานขึ้นเท่านั้น
  10. “ชีวิตไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง” วิธีที่แต่ละคนคิดและลงมือแก้ไขล้วนไม่เหมือนกัน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันออกไป
  11. เวลาตั้งเป้าหมายแล้วอยากให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง ให้ลองไปช้าๆ ค่อยๆ ซึมซับความสุขและความสำเร็จผ่านขั้นตอน
  12. จงอย่าคุมขังตัวเองไว้ในกรอบที่ว่าคนเราต้องมีความฝันเท่านั้น
  13. จงลองใช้ชีวิต ทำในสิ่งที่เหมาะกับตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  14. อย่าโศกเศร้าเมื่อยังไม่มีสิ่งที่ตัวเองชอบ ให้ลองทำสิ่งต่างๆ ดู ถ้าเริ่มสนุกก็จงทำเพิ่มขึ้นอีก แต่ถ้าไม่สะดวกก็แก้หาสิ่งอื่นทำแทน
  15. แม้จะไม่ออกไปตามหาสิ่งที่ชอบก็ไม่เป็นไร แม้จะมีชีวิตอยู่โดยทำแค่สิ่งที่กำหนดไว้ก็ไม่เป็นไร ขอแค่เพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำอยู่ก็พอ
  16. “นอนพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยคิด” เมื่อเราบอกตัวเองเช่นนี้ ความคิดที่เคยลิงโลดก็อาจยอมสงบลงเล็กน้อย
  17. ในกรณีที่ไม่อาจข่มตาให้หลับได้ จงพูดปลอบหัวใจว่า “พรุ่งนี้ค่อยคิดต่อ” เพราะเมื่อเราสัญญาว่าพรุ่งนี้ค่อยกลับมาคิดใหม่ เจ้าความคิดทั้งหลายที่กำลังก่อกวนก็อาจปฏิบัติตัวต่อเรายังอ่อนโยนขึ้น
  18. ถ้าคิดว่าตัวเองพอใจแล้ว ต่อให้ไม่ทำอะไรเพิ่ม ทุกอย่างก็ถือว่าเพียงพอ
  19. แต่ถ้าไม่รู้สึกแบบนั้นก็แค่ก้าวเดินต่อไปเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นทีละน้อย
  20. ชีวิตที่แท้จริงต้องลื่น ล้ม หรือบาดเจ็บ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไปผิดทาง ชีวิตไม่มีจุดไหนติดขัดเลยต่างหากที่เราต้องเอะใจ
  21. เวลาที่เรานึกอยากทำอะไรสักอย่าง เมื่อคิดว่าควรลงมือแล้วทำเลยก็จะทำได้ในที่สุด
  22. สิ่งที่เคยคิดมากว่าจะทำหรือไม่ทำดี กลับไม่มีอะไรน่าเสียดายเท่าความคิดที่ว่า “ตอนนั้นน่าจะทำๆ ไปเสีย”
  23. เราไม่ควรตัดใจจากอะไรง่ายๆ หรือเอาแต่อดทนต่อสิ่งต่างๆ สนุกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร เพราะชีวิตงั้นแสนสั้นคือความจริง
  24. ชีวิตของเราและคนที่เรารักไม่ใช่สิ่งที่จะรอคอยต่อไปได้เรื่อยๆ เวลาไม่ใช่สิ่งที่จะรอคอยได้ตลอดไป
  25. ไม่มีอะไรหอมหวานเท่ากับความหวัง แต่ความหวังที่มากล้นเกินไปอาจเป็นพิษร้าย
  26. ความรู้สึกจริงจังกับความหวังที่มากเกินไป ทำให้เราไม่เพลิดเพลินกับสิ่งที่ได้รับมา
  27. แทนที่เราจะต่อต้านสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้จนเป็นทุกข์ การปล่อยใจให้ตัวเองสนุกไปกับสิ่งนั้นอาจดีกว่า
  28. บางครั้งการยอมรับและเรียนรู้อาจทำให้เรารู้สึกสบายใจมากกว่าการปฏิเสธ
  29. ชีวิตของเราไม่ใช่การเลือกคำตอบที่ถูกต้องแล้วก้าวเดินต่อไป ทั้งคำตอบที่ถูกต้องและผิดเป็นสิ่งที่เหมาะสมทั้งคู่
  30. จงอย่าหลีกเลี่ยงไม่ว่าจะความสุข ความทุกข์ ความดีใจ หรือความเสียใจ ขอให้เผชิญหน้ากับความรู้สึกนั้นตรงๆ
  31. ถ้ารู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังแบกอยู่หนักเกินไปก็ให้ลองทบทวนดูสักครั้ง ตอนนี้เรายังมีพลังมากพอที่จะแบกมันต่อไปใช่ไหม
  32. หากเราไม่เข้าใจสภาพจิตใจของตัวเอง หรือไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเป็นระยะเวลานานๆ ที่สุดแล้วจะต้องมีชั่วขณะหนึ่งที่ชีวิตพังทลายลงมา
  33. ทุกครั้งที่ผ่านเรื่องหนึ่งมาได้เราจะเปลี่ยนแปลงไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว
  34. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ห้ามทอดทิ้งตัวเองเด็ดขาด เพียงไม่หลงลืมว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน ก็จะหาวิธีรับมือกับโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้ได้
  35. ความสุขนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทุกคนก็มีความสุขในสิ่งที่แตกต่างกันไป
  36. การตั้งใจใช้ชีวิตเป็นเรื่องที่ดี แต่การมีชีวิตอยู่โดยยอมพลาดความสุขที่ควรได้รับจะถือว่าเป็นชีวิตที่ดีได้อย่างไร
  37. ลองถามตัวเองว่า “การที่เรามีชีวิตอยู่โดยไม่สนุกกับอะไรเลยนั้นไม่ลำบากใจจริงๆ หรือ”
  38. ความสุขเป็นสิ่งที่อยู่ข้างกายเราเสมอด้วยรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่หรืออยู่ห่างไกล
  39. เมื่อสิ้นสุดวันที่แสนเหนื่อยยาก หากยังมีเสียงหัวเราะก็ยังพอบอกตัวเองได้ว่า วันนี้มีความสุขดีนะ
  40. หัวใจของเราไม่ต่างจากห้องห้องหนึ่ง ที่หากไม่ทำความสะอาดจนสะสมสิ่งต่างๆขึ้นมามากมายก็จะควบคุมได้ยาก
  41. ชีวิตของเราทุกคนจะดำเนินไปได้ด้วยดีไม่ว่าจะเลือกอะไร หรือต่อให้เลือกอีกอย่างก็ไม่เป็นไร
  42. ถ้ารู้สึกลำบากใจกับการเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเลือกอะไรก็ได้น่าจะดีกว่า ชีวิตเราไม่มีทางเผชิญหน้ากับทางตันอย่างกะทันหัน ต่อให้เราไม่ได้เลือกตัวเลือกที่ถูกต้องเสมอไป ไม่ว่าอย่างไรก็ยังพอรับรู้และเห็นภาพตัวเองก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อยู่ดี
  43. แม้ความอดทนจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น แต่บางครั้งการปล่อยวางแล้วปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามความเป็นไปของโลกก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี
  44. คนที่รับรู้ถึงความสุขของเรา คือตัวเรา ไม่ใช่คนอื่น
  45. การที่เราใช้ชีวิตในแบบของตัวเองไม่ได้ นั่นเพราะเราไม่มีมาตรฐานเฉพาะตัว
  46. ทุกคนต่างเสียดายในความผิดพลาด ทุกคนต่างมีความฝังใจกันทั้งนั้น
  47. ถ้าตัวเองทำให้ใครอารมณ์เสียต้องไม่ใช่แค่ขอโทษ แต่ควรทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นด้วย
  48. ถ้าเราอยากทำอะไรได้ดีจริงๆ อาจจำเป็นต้องเลิกบีบบังคับตัวเองให้ตัวเองสมบูรณ์แบบ หยุดบังคับให้ต้องทำทุกอย่างออกมาดีที่สุด
  49. บางเรื่องถ้าไม่เข้าใจ ก็ไม่จำเป็นต้องพยายามจะเข้าใจ
  50. ถ้ามีใครตั้งใจจะทำร้ายจิตใจของเรา เราไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจ ไม่ต้องค้นหาต้นสายปลายเหตุ
  51. ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทหรือพยายามเข้าใจคนที่ทำร้ายจิตใจกัน
  52. การรับน้ำใจที่ตัวเองไม่ต้องการไม่อาจเรียกว่าความหวังดีที่แท้จริงได้ ถือเป็นความรู้สึกที่น่าอึดอัดใจมาก
  53. ก่อนที่เราจะปกป้องใคร เราควรปกป้องตัวเองก่อนใครๆ เพราะถ้าเราล้มลงก็จะไม่มีพลังมากพอในการดูแลคนอื่น
  54. การที่เราจะแบ่งปันสิ่งใดให้แก่ใครได้ จะต้องไม่ใช่สิ่งที่เราหวงแหน แต่เป็นสิ่งที่เรามีมากพอจนพร้อมที่จะมอบให้คนอื่นต่อ
  55. เราต้องทำเพื่อตัวเองก่อนถึงจะทำเพื่อคนอื่นได้
  56. ก่อนจะถามคนอื่นว่าไม่เป็นไรใช่ไหมให้ลองคิดสักนิดว่าวันนี้ตัวเราโอเคหรือเปล่า ก่อนจะช่วยเหลือคนอื่น ลองทบทวนดูอีกรอบว่าเรามีอะไรที่ต้องได้รับความช่วยเหลือใช่ไหม
  57. คนเราไม่มีทางที่จะหัวเราะได้ตลอดเวลา ไม่มีทางที่จะไม่เป็นอะไรเลย ความจริงที่ว่าเราสบายดีหรือไม่นั้น ไม่มีทางที่คนอื่นจะรู้ดีไปกว่าตัวเรา ถ้าเราไม่ยอมเหลียวแลตัวเอง ไม่ดูแลเอาใจใส่ แล้วใครล่ะจะมาคอยช่วยเหลือดูแลกัน
  58. ในความสัมพันธ์กับคนรัก หรือจะความสัมพันธ์ใดๆ ถึงจะเป็นคนที่ทำให้เราลำบากใจน้อยกว่า ก็ยังเป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกลำบากใจอยู่ดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคบหากับคนพวกนั้น
  59. การจะปล่อยวางความสัมพันธ์ที่เรารู้สึกว่ารักษาเอาไว้ได้ยากเย็นเหลือเกินนั้นก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย อาจจะรู้สึกเสียดาย แต่โลกนี้กว้างใหญ่และมีผู้คนมากมาย มีคนที่พร้อมจะทำให้เรารู้สึกแย่เต็มไปหมด ในทางกลับกันก็มีคนที่พร้อมจะทำเพื่อเราโดยที่ไม่ต้องร้องขออยู่นับไม่ถ้วน
  60. ความรู้สึกของคนเราน่ะ ถึงจะแกล้งไม่เป็นอะไร แต่ลึกๆ แล้วต่างไม่สบายใจกันทั้งนั้น
  61. ในขณะที่เรากำลังคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรพิเศษเลย คนอื่นอาจคิดว่าเราพิเศษมากก็ได้
  62. หากเราไม่รู้จักให้เกียรติกัน ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบใดก็ไม่อาจดำเนินต่อไปได้

ช่องทางซื้อหนังสือ

ซื้อได้ที่ (affiliate):
– Shopee: https://shope.ee/5V6eMoLtEA
– Lazada: https://s.lazada.co.th/s.mdBSQ?cc