[รีวิว] สรุปเนื้อหาหนังสือ “ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย” [เล่มที่ 75 ของปี 2023]

krapalm 2023 06 29 105152

หนังสือเล่มที่ 75 ของปี 2023 ที่อ่านจบ คือหนังสือ ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย (ปกใหม่) หนังสือที่ถูกพิมพ์ซ้ำมากว่า 18 ครั้ง เขียนโดย โรเบิร์ต ไอ. ซัตตัน (Robert Sutton) ผู้แปล ไอริสา ชั้นศิริ โดยสำนักพิมพ์ อมรินทร์ How to เป็นหนังสือที่จะบอกเคล็ดลับการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงาน โรงเรียน หรือที่ต่างๆ ที่เราจะต้องพบเจอกับคนเฮงซวย หนังสือเล่มนี้ได้มาจากร้านหนังสือนายอินทร์ ใครอยากได้กดซื้อตามลิงค์ด้านล่างได้เลย

ซื้อหนังสือ

[รีวิว] สรุปเนื้อหาหนังสือ “ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย”

เราทุกคนกลายเป็นคนเฮงซวยชั่วคราวได้ เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผิด มีเหตุผลมากมายที่ทำให้บางครั้งบางคราว เราอาจทำกับคนอื่นเหมือนเขาไร้ค่า

จงระวัง คนเฮงซวยคนเดียวหรือแค่ไม่กี่คนทำลายทีมหรือองค์กรที่ครั้งหนึ่งเคยมีอารยธรรมลงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะถ้าคนผ่านและพวกชอบแทงข้างหลังมีอำนาจควบคุม หรือได้รับบทบาทใหม่ที่มาพร้อมกับอำนาจ

คนที่เลวร้ายแค่คนเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะใช้มาตรการฉุกเฉินสำหรับการต้านความเฮงซวยฉบับเต็มสูบ

คุณควรพยายามหนีออกจากคนเฮงซวย แต่อย่าทำอย่างสิ้นคิด มันได้ไม่คุ้มเสีย

ถ้ารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกคนที่น่ารำคาญ หรือชอบหาเรื่องโจมตี ลองดูว่า จะหนีออกมาทันทีโดยไม่ดูเสียมารยาทได้หรือเปล่า ถ้าคำตอบคือ ใช่ ควรหนีออกมา

การมองหาวิธีหนีจากคนเฮงซวยที่สังคมยอมรับอยู่เสมอ ถือเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด

พวกนักเลงคีย์บอร์ดและคนเฮงซวยอื่นๆ บนโลกออนไลน์ ให้เพิกเฉย เลิกเป็นเพื่อน และบล็อก ถ้าคุณกำลังถูกพวกเฮงซวยตัวจริงโจมตี หากทำได้ยุติความสัมพันธ์ซะ เลิกเป็นเพื่อน เลิกติดตาม เลิกเชื่อมต่อ

การต่อสู้กับพวกคนเฮงซวยอย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะทางออฟไลน์หรือออนไลน์ล้วนมีความเสี่ยง คุณควรจะคำนึงถึงอำนาจและทางเรื่องในการเอาตัวรอดของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะออกตัวโจมตีจะดีที่สุด

บางครั้งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การคว่ำบาตรลูกค้าที่หยาบคายและจองหอง

การหลีกเลี่ยงคนเฮงซวยตั้งแต่แรกดีกว่าการวิ่งหนีทีหลัง (หรือที่แย่กว่านั้นคือติดแหงกอยู่กับพวกเขาโดยไม่มีทางหนี)

การแยกทางกับลูกค้าที่โหดร้ายบ้าคลั่งเกินไปคือหนทางที่ดีที่สุด

เวลาคนไปสัมภาษณ์งานตำแหน่งใหม่ อย่าสนใจแค่ว่าตัวเองจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร แต่ให้ตั้งใจดูว่า ว่าที่เจ้านายและเพื่อนร่วมงานของคนปฏิบัติต่อคนอื่นๆ อย่างไร

การหนีจากคนเฮงซวย หรือที่ดีกว่า คือการตรวจสอบเสียก่อนและไม่ไปยุ่งกับคนพวกนั้น จะช่วยให้คุณป้องกันตัวเอง มิตรสหาย และเพื่อนร่วมงานไม่ให้ต้องเสียใจ

ถ้าคุณกำลังจะหนีออกมาจากงานหรือเจ้านายที่คุณเกลียด สื่อสารเพื่อลาจากแบบสั้นๆ และน่าฟังจะเป็นการปลอดภัยกว่า

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนเฮงซวย บางครั้งการเพิ่มอุปสรรคในการสื่อสารก็เป็นการกระทำที่ฉลาดกว่าการกำจัดอุปสรรคในการสื่อสาร ระยะห่างทางกายภาพเป็นหนึ่งในปราการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด คุณอาจต้องประหลาดใจที่ได้พบว่า การเพิ่มพื้นที่ระหว่างคุณและคนที่ทำร้ายคุณอีกแค่ไม่กี่ฟุต ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้

บางครั้งคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับคนเฮงซวยได้ แต่ถ้าคุณสุขุม หรือมีเล่ห์เหลี่ยมสักหน่อย คุณจะจำกัดความถี่และระยะเวลาที่ต้องโดนพิษของคนพวกนั้นได้

หากคุณโดนคนเฮงซวยตามจิก ให้หาวิธีชะลอจังหวะในการสื่อสารแลกเปลี่ยนให้ช้าที่สุด ไม่ต้องรับสายทันที หากเป็นแชท ทิ้งเวลาเป็นชั่วโมง แล้วก็เป็นวัน จากนั้นก็หลายอาทิตย์ ถึงจะส่งคำตอบกลับไป

คุณอาจจะร่วมมือกับเพื่อนร่วมงาน ผลัดกันรับบทบาทพบปะคนเฮงซวยให้มากบ้างน้อยบ้างคละกันไป การทำแบบนี้จะทำให้คุณแต่ละคนได้รับส่วนแบ่งการเหยียบย่ำเท่าๆ กัน และมีโอกาสได้ฟื้นตัว

หา เขตปลอดภัยสำหรับเป็นที่พักพิงจากคนเฮงซวยในที่ทำงาน เช่น ร้านกาแฟ หรือบาร์ใกล้ๆ โถงทางเดิน หรือทางหนีไฟ ไว้พักและปลดปล่อยตัวเองจากคนเฮงซวยใกล้ๆ ตัว

คุณควรจะค้นหา และถ้าทำได้ สร้างเขตปลอดคนต่ำตมขึ้นมา ให้คุณและคนอื่นๆ ใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราว เพื่อลดการพบเจอกับคนเฮงซวยและเสริมสร้างเกราะป้องกันของตัวคุณเอง

บรรดาคนที่ต่อสู้กับคนต่ำตมมาเยอะ มักจะรวมกลุ่มกันเพื่อเตรียมพร้อม และหลบเรื่องคนงี่เง่าที่กำลังจะโผล่มา ร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานเพื่อเตือนกันและการว่าคนเฮงซวยกำลังมา

ถ้าคุณต้องไปอยู่ใกล้กับคนงี่เง่า คุณสามารถนั่งหรือยืนให้ห่างจากพวกเขาได้ไหม พยายามเลือกที่สบสายตากันได้ยาก เช่น นั่งโต๊ะฝั่งเดียวกัน แต่ห่างกันให้มากที่สุด

เมื่อคุณไม่สามารถหรือไม่ยอมหนีจากคนเฮงซวย ลองเปลี่ยนกรอบความคิด ช่วยป้องกันตัวจากคนเฮงซวยในที่ทำงานได้ บอกตัวเองด้วยถ้อยคำ เช่น “นี่ก็แค่งานๆนึง” และ “เรื่องเล็กๆไม่สำคัญอะไร” เป็นวิธีหลักๆ ที่พนักงานที่ถูกคุกคามใช้พักพิงอารมณ์ของตัวเองได้

การไม่ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ระลึกไว้ว่าคุณไม่ใช่คนผิด ไม่มีเหตุผลที่จะต้องโทษตัวเองเพราะ “ทำไมต้องไปเครียดเรื่องคนเฮงซวยทำเรื่องเฮงซวย” ด้วย

ถ้าเจอคนเฮงซวยลอง “ลดความน่ากลัว” ยอมรับว่าตัวเองอยู่ในโลกของคนงี่เง่า แต่มองว่าความต่ำตมที่เกิดขึ้นไม่ได้เลวร้ายหรืออันตรายอย่างที่คิด

แม้ว่าคนที่ทำร้ายคนไม่สมควรรอบตัวไป แต่การให้อภัยในความผิดบาปที่พวกเขาก่อขึ้น จะปลดปล่อยให้คุณเป็นอิสระจากการถูกพวกเขาหลอกหลอน และส่งเสริมให้คุณรู้สึกควบคุมโชคชะตาของตัวเองได้

รับมือกับคนเฮงซวยที่คุณเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้ ด้วยจินตนาการว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” อีกไม่กี่ชั่วโมง วัน เดือน หรือปีต่อจากนี้ (ขึ้นอยู่กับว่าคุณคาดหวังว่ามันจะดำเนินไปนานเท่าไหร่) สนใจแค่ว่าคุณจะทุกข์ใจน้อยลงแค่ไหนเมื่อถึงเวลานั้น ไม่มีความจำเป็นต้องหมกมุ่นและโศกเศร้าในตอนนี้

การไม่ผูกพัน เพิกเฉย หรือออกห่างทางอารมณ์ มองข้ามหัวคนที่ทำไม่ดีกับคุณ ช่วยคุณรักษาสติ ปกป้องสุขภาพกาย และป้องกันไม่ให้ตัวคุณไปทำร้ายคนที่คุณรักได้

คนเฮงซวยในที่ทำงานอาจทำคุณคลุ้มคลั่ง แต่นอกเวลางาน คุณควรหันความสนใจและความพยายามของคุณไปที่อื่น เพื่อฟื้นฟูสมดุลในตัวเอง สนุกกับชีวิต และรวบรวมทรัพยากรไว้ตั้งรับช่วงเวลายากๆ ที่รออยู่ข้างหน้า

การสู้รบกับคนเฮงซวยนั้นเป็นเรื่องเสี่ยง เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นว่า คุณพยายามจะหยุดยั้งความหยาบคายหรือโกรธเกลียดเดียดฉันท์ของพวกเขา พวกเขาจะโกรธและอยากเอาคืนอย่างหนัก

การเรียกใครสักคนว่า “คนเฮงซวย” เป็นความคิดที่แย่ โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังโกรธ และอยู่ต่อหน้าคนอื่น ไม่ว่าคนนั้นเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นแค่ไหน คุณเองก็จะดูเป็นคนเฮงซวยในสายตาคนอื่น

คุณจำเป็นต้องทำให้ใครบางคนเชื่อว่า คุณไม่ได้เป็นพรมเช็ดเท้าและจะไม่ยอมให้พวกเขาผลักคุณไปมา ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจยิ่งทำนิสัยเสียและเห็นแก่ตัวมากกว่าเดิม

ไม่ว่าใครสักคนจะรู้สึกและแสดงความรังเกียจต่อคุณมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าคุณหลอกล่อให้พวกเขาแสดงความเมตตาต่อคุณได้สักนิด พวกเขาอาจเปลี่ยนท่าที

ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นคนมีมารยาท แต่ดูเหมือนต้องเจอกับคนเฮงซวยในทุกที่ที่คุณไป ลองส่องกระจกดู คุณอาจกำลังจ้องตัวการอยู่ก็ได้